เครียด งานเยอะ ไม่มีเวลา เรามักจะได้ยินคำพุดเหล่านี้เสมอท่ามกลางเพื่อนร่วมงาน ส่วนใหญ่ เราได้ให้ความสนใจกับสุขภาพร่างกายและจิตใจมากนัก เรามักจะใช้เวลาเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ที่มีในหนึ่งวันหมดไปกับการทำงาน ซึ่งโดยเนื้อแท้ แล้วเราน่าจะแบ่งเวลาสัก 10 เปอร์เซ็นต์มาใส่ใจสุขภาพและร่างกายกันบ้าง ว่าโลกนี้ช่างโสภาและน่าอภิรมย์ยิ่งนัก (ตอนนี้รู้แล้วใช่มั้ยว่าเราอายุอานามก็หลายแล้วจากคำที่เรียกใช้) ฮา ฮา ฮา
“โยคะ” เริ่มแรกเราไม่เคยรู้เลยว่า หมายความว่าอะไร จนกระทั่งวันหนึ่งตอนเย็น ๆ ของปี 2549 ในห้องเรียนภาษาอังกฤษ เรามีอาการปวดหัว(ศรีษะ)อย่างรุนแรง(โอเวอร์ไปเปล่าเนี่ย) ตรงประมาณกลางศรีษะไปจนถึงท้ายทอย เหมือนหัวจะแตกเป็นเสี่ยง เสี่ยง(ขออภัยสำหรับภาษาที่ใช้มันอาจจะฟังดูลูกทุ่ง ๆ ก็ อิฉันเป็นคนบ้านนอกนะคร้าบ) หน้าก็เปลี่ยนเป็นเหม็นมาก ถึงมากที่สุด จนต้องตัดสินใจออกจากห้องเรียน มุ่งหน้ากลับบ้าน อาการที่ว่านี้เป็นอยู่ประมาณ 3 วันทำการ โดยดิฉันกินยาแก้ปวด(ขอสงวนนาม) ทุก ๆ 4 ชม ทรหดอดทนจนถึงที่สุด ท้ายสุดตัดสินใจไปหานักจัดกระดูก เล่าท้าวความให้ฟัง เค้าบอกว่าเราเครียด ไม่จริง ดิฉันไม่เคยรู้จักคำว่าเครียดในชีวิต (คิดเข้าข้างตัวเอง) แต่ก็ทนฟังและก็ให้เค้าแคร็ก แคร็ก กระดูก ซ้ายและขวา ของลำตัว คุณหมอตัวใหญ่มาก กลัว (ไม่รู้เค้าเรียกว่าอะไร จำจากเสียงแคร็ก แคร็ก) รู้สึกดีมาก แต่พอกลับถึงบ้าน หลับเป็นตาย ย ย ตื่นเช้ามาก็เริ่มวิตก(จริต) เค้าทำอะไรกับตูหว่า ก็เลยตัดสินใจที่จะไปหาหมออายุรกรรม ที่โรงพยาบาล หมอจัดยามาให้ พอสำหรับ 1 อาทิตย์ ซึ่งต้องไปรับทุกอาทิตย์เช่นกัน สรุปอาการคือเครียด กล้ามเนื้อที่ไหล่ยึดติดกันเนื่องจากขาดการออกกำลังกายและ ไม่ได้เคลื่อนไหวร่างกาย นั่งทำงานในท่าเดียวนาน ๆ (ดิฉันเป็นเลขา หายไปจากโต๊ะบ่อยก็ไม่ไหวนะฮ้า) และอาการที่ว่านี้สะสมมานานพอสมควร แล้วเพิ่งแสดงอาการ (โอ้ละหนอชีวิต) อาทิตย์ที่ 3 ก็เริ่มฉีดยาเข้าที่คอด้านหลัง 2 เข็ม ซ้าย ขวา หมดยาก็หมดใจ ไม่ใช่ อาการก็กลับมา เริ่มรู้สึกจะไม่ค่อยดี เลย ขอเปลี่ยนประเภทของหมอ ไปหานักกายภาพบำบัดแทน ก็ทำกายภาพบำบัดไป อาทิตย์ละ 2 วันควบคู่ไปกับการกินยา ต้องนอนตั้งแต่ 1 ทุ่ม ไม่นั้นแล้วรุ่งเช้าของอีกวันจะมึน ๆ ไป ครึ่งค่อนวันของยาที่ยังคงอยู่ เหมือนเด็กอนามัย ที่ต้องนอนแต่วัน ในทางปฎิบัติ ทำไม่ได้ คะ กว่าจะถึงบ้านก็ 3 ทุ่ม กว่าจะนอน ก็เกือบ 5 ทุ่ม สรุบในช่วงนั้น เป็นโรคเอ๋อ ทุก ๆ ครึ่งวันเช้า เป็นอย่างนี้อยู่ 8 เดือน แล้วเริ่มหาหมอฝังเข็ม(หาหมอทุกที่ที่เค้าบอกว่าเก่งและเชียวชาญ) เริ่มจาก 4, 6, 8 จบที่ 12 เข็ม ก็ดีนะฮ้า 1 อาทิตย์แล้วก็กลับมาปวดเหมือนเดิม(ชีวิตของนางเอื้อยช่างรันทดยิ่งนัก)
คุณครับ(คุณหมอเรียกดิฉันเสียงทุ้ม นุ่ม ชวนฝันหวาน) หมออยากจะแนะนำให้คุณเริ่มว่ายน้ำ อืม เกาคางแกรก แกรก ดิฉันว่ายน้ำไม่เป็นคะ คุณหมอ ก็เรียนซิครับ ……สปิริตอันสูงส่งของดิฉัน เอาวะ เรียนก็เรียน 2 เดือนผ่านไป ไม่ดีขึ้นคะเพราะไปอาทิตย์ละวัน ตัวก็เขียวไปหมด หมดความอดทน คุณหมอก็บอกว่า ทางเลือกสุดท้าย เรียนโยคะ เกาหัวแกรก แกรก อะไรเหรอ ไม่รู้จัก คุณหมอบอกว่าหากไม่ดีขึ้น จาส่งไป เพลนคลีนิค ไม่เอาคะ ไป โยคะ คะ ……จะไปหาที่ไหนดีน้า ไอ้โยคะเนี่ย …..นายคะดิฉันหมดปัญญาแล้วคะจะไปเรียนโยคะที่ไหนดี นายช่วยแนะนำได้มั้ยคะ (คือว่านายดิฉันเป็นฝรั่งก็จะรู้เรื่องดีดี มีประโยชน์อยู่บ้าง) อ้อ ยูไปนี่ซิ โยคะอลิเม้นท์ http://www.yogaelements.com ไปก็ไป คลาสแรก อะไรเนี่ยไม่รู้เรื่องเลย แต่ก็ทนเรียนจนจบเพราะอยากจะหาย ออกมาจ่ายเงินเลยคะลองดูสักตั้ง 1 เดือน จ่ายไปเลย ก็ทนมาเรียนทุกวัน ทุกวัน 3 อาทิตย์ผ่านไป พระเจ้าช่วย ดิฉันหายคะ ไม่ต้องกินยา ขาดเธอไม่ขาดใจ ล่า ล่า ล้า ดีใจ ใจ จ่ายเงินต่ออีก 3 เดือน แล้วก็ยังเป็นสมาชิกอยู่นะ ปัจจุบันจบ Teacher Training ปี 2550 ไม่เจอเองไม่เชื่อนะเนี่ย Thanks to Yoga Element Studio, You are my true love. De-Stree is like a piece of pie like I say..
0 responses so far ↓
There are no comments yet...Kick things off by filling out the form below.
Leave a Comment